Connect with us

Uncategorized

เจนนิเฟอร์ คิ้ม เล่าปมในใจวัยเด็ก โดนบูลลี่มาทั้งชีวิต

โลดแล่นอยู่ในวงการมากมายว่า 30 ปี สำหรับ เจนนิเฟอร์ คิ้ม นักร้องหญิงดีวาแนวหน้าของเมืองไทย ปัจจุบันเธอออกมาเปิดใจกับพิธีกรชื่อดัง หนูแหม่ม สุริวิภา ในรายการโต๊ะหนูแหม่ม ถึงช่วงเข้าวงการใหม่ๆร้องทีแรกได้ค่าจ้างมากแค่ไหน พร้อมเปิดเผยปมในใจสุดบอบช้ำตั้งแต่วัยเด็ก ถูกบูลลี่มาตลอดชาติแต่ว่าไม่เคยเอามาเป็นปัญหาในการดำเนินงาน



คุณแม่สวยมาก?


เค้าก็ใช้ความสวยเนี่ยล่ะจับสามี อันที่จริงแล้วคุณแม่เป็นลูกชาวนา เป็นคนอีสาน ความงามของแม่เป็นเค้างามราวกับศิลปินในสมัยนั้นสาวงามในสมัยนั้นจนกระทั่งมาไหนไปไหนคนจะไม่เชื่อว่าพวกเราเป็นลูกแม่ ซึ่งการบูลลี่เกิดขึ้นเวลานี้ แต่ว่าไม่มีผู้ใดทำอะไรพวกเราได้น่าฟังพวกเราเห็นด้วยในสิ่งนั้นไปแล้ว กระทั่งตอนโตคิดได้ว่าถ้าหากตอนเด็กปากไวแบบงี้พวกเราจะบอกว่าหนูเป็นลูกติดผัวเก่าแม่


โดนบูลลี่มาตลอดชีวิต เจนนิเฟอร์ คิ้ม เล่าเงื่อนในใจวัยเด็ก-เปิดเผยค่าจ้างงานแรก
แม่ให้ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเว้นเสียแต่ความสวยงาม?

ตอนเตี่ยยังมีชีวิตอยู่พวกเราก็จะจับมือถามแม่ตลอดตั้งใจไว้สิ่งแรก อันลำดับที่สองต้องการถามว่าเปิดไฟไหมหรือหลับหูหลับตากันทำพวกเราออกมา ซึ่งมึงก็จะหัวเราะ แม่ก็จะกล่าวว่า “แกเป็นลูกที่ขี้เหร่ที่สุดของแม่แม้กระนั้นเป็นคนที่ฉลาดหลักแหลมที่สุด”


คิ้มเป็นผู้หญิงกลางคืน?

อย่าว่าแต่ว่าเป็นผู้หญิงกลางคืนเลยคะ “พวกเราเป็นผู้หญิงหากินกลางคืน” เนื่องจากว่าพวกเราร้องเวลากลางคืนจะให้มาร้องเพลงตอนพระบิณฑบาตมิได้ ซึ่งตอนนั้น 30 ปีกลาย ที่ขายเสียงเพลงพวกเราได้ค่าตอบแทนวันละ 45 นาที 150 บาท ซึ่งเมื่อไรที่เขาจ้างแรงงานพวกเรามันคือชื่อเสียงที่เค้าว่าจ้างพวกเรา แต่ว่าหากคุณเอาความสามารถไปวัดเราก็วัดไม่ได้อีก

ช้ำใจทุกคราวเวลานึกย้อนภาพวัยเด็ก?

อย่าเรียกว่าเจ็บใจ เรียกว่าโกรธแค้นมากยิ่งกว่า ซึ่งคราวก่อนพวกเราเดินสายแข่งขันขับร้องหลายครั้ง ตอนนั้นไม่เคยได้รางวัลตกรอบตลอด แต่ว่ามันทำให้พวกเรามีโปรไฟล์พี่ได้ปะเดี๋ยวป้าดาวราคาค่าจ้างขึ้นจาก 150 เป็น 500-700

โดนบูลลี่มาตลอดชีวิต เจนนิเฟอร์ คิ้ม เล่าปมในใจวัยเด็ก-เผยค่าตัวงานแรก
ถูกคนทักแรง?

ตอนแข่งขันร้องถูกคนทักแรงว่ามาขายเต้าฮวยหรอ แม้กระนั้นเกิดเรื่องที่พวกเราไม่โกรธเลย เพราะเหตุว่าเตี่ยบอกไว้แล้วว่าพวกเราเป็นผู้ที่เกิดขึ้นมาพร้อมทั้งความไม่ถูกกันกับสิ่งต่างๆเค้าจะสอนให้พวกเราสารภาพความเป็นจริงด้วยตัวเราเอง มิได้นับว่าเป็นคำบูลลี่ด้วยเหตุว่าเขาพูดเรื่องจริง ถึงวันนึงถ้าหากคุณไม่กล่าวออกมาพวกเราก็คิดในใจว่าถ้าเกิดฉันกำลังขายเต้าฮวยคือกูเป็นเจ้าของร้านเต้าฮวย คุณพ่อสอนให้พวกเราอดทนและก็สามารถอยู่บนพื้นฐานของสังคมนี้ได้.

error: Content is protected !!